CITIMAN SellKit 360

Demo Script

8 ขั้นตอน — สาธิตระบบ CITIMAN ครบวงจร

สคริปต์สำหรับนักขาย · ใช้ระหว่าง live demo · ระยะเวลา 45 นาที

Pre-Demo Checklist

ทำก่อน demo ทุกครั้ง — ใช้เวลา 5 นาที

⚠️ เตรียมพร้อมก่อน Demo
  • 🖥️ เปิดหน้าจอ 2 จอ — จอที่ 1: demo portal / จอที่ 2: สคริปต์นี้
  • 🔑 Login ทดสอบ — ทดสอบ account ประชาชน + เจ้าหน้าที่ + ผู้บริหาร ครบ 3 role ก่อน demo
  • 📦 โหลดข้อมูล demo — ตรวจสอบว่า test dataset โหลดครบ (เรื่องร้องเรียน ≥ 20 รายการ, map pins ≥ 10 จุด)
  • 📋 เตรียมเรื่องร้องเรียนตัวอย่าง — "ถนนพัง บ้านเลขที่ 42/1 ถ.รัตนาธิเบศร์" พร้อมรูปภาพ
  • ⏱️ ตั้งนาฬิกา 45 นาที — แจ้ง prospect ตั้งแต่ต้นว่า "เราใช้เวลา 45 นาทีพอดี แล้วตอบคำถามได้เลย"
45
นาที รวมทั้งหมด
⚡ Step 1–2: 8 min 🤖 Step 3–4: 12 min 📊 Step 5–6: 12 min 🗺️ Step 7–8: 13 min

Demo Flow — 8 ขั้นตอน

ทำตามลำดับ อย่าข้าม — แต่ละ step มี script พร้อมพูด

🧑 Phase A — ประชาชน (Citizen Journey)
1
Citizen Submit
ประชาชนยื่นเรื่อง · Citizen Portal
สิ่งที่ทำ: เปิดหน้า citizen portal → กด "แจ้งเรื่องใหม่" → เลือกประเภท "ถนนชำรุด" → กรอกที่อยู่ → แนบรูป → กด Submit
"สมมติว่าคุณเป็นประชาชน ต้องการแจ้งซ่อมถนน... ไม่ต้องไปที่ อบต. ไม่ต้องรอคิว แค่เปิดมือถือ กรอกข้อมูล 2 นาที กด Submit เสร็จ ระบบออกเลขรับเรื่องทันที — ประชาชนตามเรื่องได้ตลอด"
5 นาที
2
ThaiD Verification
ยืนยันตัวตน · Digital ID Integration
สิ่งที่ทำ: แสดงหน้า ThaiD QR Code → สแกน QR → แสดงว่าข้อมูลประชาชนดึงมาอัตโนมัติ (ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่) → ไม่ต้องกรอกเอง
"ระบบยืนยันตัวตนด้วย ThaiD โดยไม่ต้องถ่ายเอกสาร ไม่ต้องสแกนบัตร — ประชาชน scan QR ครั้งเดียว ข้อมูลถูกต้อง 100% เพราะดึงจากกรมการปกครองโดยตรง ลดข้อผิดพลาดจากการพิมพ์ผิด"
3 นาที
🤖 Phase B — ระบบ AI (MODA Routing)
3
MODA Auto-Routing
AI ส่งเรื่องอัตโนมัติ · Smart Triage Engine
สิ่งที่ทำ: เปิดหน้า MODA routing dashboard → แสดง routing rules (ถนน → กองช่าง / น้ำ → สาธารณูปโภค / ร้องเรียน → สำนักปลัด) → แสดง confidence score → แสดงว่าเรื่องที่ submit ไปถึงกองช่างแล้ว
"MODA คือ AI ที่ส่งเรื่องไปยังกองที่ถูกต้องอัตโนมัติ — ไม่มีคนนั่งแยกเรื่อง ไม่มีเรื่องหลุด ไม่มีส่งผิดกอง ระบบเรียนรู้จากข้อมูลจริงของเทศบาล ยิ่งใช้ยิ่งแม่น confidence score เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ"
5 นาที
4
Officer Action
เจ้าหน้าที่รับงาน · Officer Inbox
สิ่งที่ทำ: Login เจ้าหน้าที่กองช่าง → แสดง inbox เรื่องที่ได้รับมอบหมาย → กด "รับงาน" → บันทึกความคืบหน้า → แนบรูปหลักฐาน → อัปเดตสถานะ "กำลังดำเนินการ"
"เจ้าหน้าที่เห็น inbox ที่ชัดเจน ไม่มีกระดาษ ไม่มีสมุดบันทึก — เปิดมือถือ เห็นงานทั้งหมดที่รอ กดรับงาน ถ่ายรูปหน้างาน upload ขึ้นระบบ ประชาชนได้รับ notification ทันที ว่างานกำลังดำเนินการ"
7 นาที
⚡ Phase C — การแจ้งเตือน & ติดตาม (SLA + Dashboard)
5
SLA Alert
แจ้งเตือนก่อนเกิน SLA · Automatic Escalation
สิ่งที่ทำ: เปิด SLA monitor panel → แสดงเรื่องที่ใกล้ครบ 72 ชม. → แสดงสีเตือน (เหลือง/แดง) → แสดง notification ที่ส่งไปหัวหน้า + เจ้าหน้าที่ → แสดง escalation log
"ถ้าไม่ดำเนินการใน 72 ชม. ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ — เจ้าหน้าที่ได้ SMS, หัวหน้าได้ LINE, ผู้อำนวยการเห็นใน dashboard — ไม่มีเรื่องถูกลืม ไม่มีข้ออ้างว่า 'ไม่รู้' อีกต่อไป"
5 นาที
6
Executive Dashboard
ผู้บริหารเห็น Real-time KPI · Management View
สิ่งที่ทำ: Login ผู้บริหาร → แสดง dashboard หลัก (เรื่องทั้งหมด / เรื่องค้าง / SLA breach / ประสิทธิภาพรายกอง) → ดริลดาวน์เข้ากองช่าง → แสดง trend chart 30 วัน
"ผู้บริหารเห็น Real-time KPI ทุกกองพร้อมกัน — ไม่ต้องรอรายงานรายเดือน ไม่ต้องประชุมถาม ดูได้ตลอด 24 ชม. เห็นว่ากองไหนทำงานได้ดี กองไหนมีปัญหาซ้ำ ตัดสินใจบน data จริง ไม่ใช่ความรู้สึก"
7 นาที
🗺️ Phase D — GIS & รายงาน (Map + Report)
7
GIS Map View
แผนที่ดิจิทัล · Geospatial Hotspot Analysis
สิ่งที่ทำ: เปิด GIS map module → แสดง pins ตำแหน่งเรื่องร้องเรียน → toggle heatmap → ซูมเข้าดูถนนที่มีปัญหาซ้ำ → แสดง cluster hotspot
"เรื่องทุกเรื่องมี GPS coordinate ดู hotspot ได้ทันที — เห็นว่าถนนสายไหนพังบ่อย ท่อแตกในพื้นที่ไหน วางแผนงบประมาณล่วงหน้าได้แม่น ไม่ใช่รอให้ชาวบ้านโทรมาก่อน"
5 นาที
8
Report & Close
รายงานและปิดการขาย · Export & Audit Trail
สิ่งที่ทำ: กด Export → แสดงรายงาน PDF สรุปเรื่องร้องเรียนรายเดือน → แสดง audit log (ใครทำอะไร เมื่อไหร่) → แสดง KPI ภาพรวม → ถามคำถามปิดการขาย
"Export รายงานสรุปได้เลย ไม่ต้องทำใหม่ — ทุก action มี audit log ครบ ใครเปิดเมื่อไหร่ ใครแก้ไขอะไร โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกเมื่อ... พอเห็นแล้ว ตรงกับที่เทศบาลต้องการไหมครับ?"
8 นาที

Demo Tips — 3 เทคนิคสำคัญ

นักขายที่ดีไม่ใช่แค่ "demo เก่ง" แต่ทำให้ prospect รู้สึกว่า "ระบบนี้แก้ปัญหาของฉัน"

⏸️

Pause & Ask

หลังทุก step ใหญ่ — หยุด 3 วินาที แล้วถาม "มีคำถามไหมครับ?" หรือ "ตรงนี้เทศบาลเจอแบบนี้ไหม?" อย่า demo แบบ monologue ตลอด 45 นาที

💔

Show Pain First

ก่อน demo step ใหม่ ให้พูดถึง "ปัญหาเดิม" ก่อนเสมอ เช่น "ตอนนี้เทศบาลส่วนใหญ่ยังใช้สมุดบันทึก..." แล้วค่อยแสดงว่าระบบแก้ยังไง

🎯

Close Strong

จบ demo ด้วยคำถาม 1 ข้อเสมอ: "ถ้าระบบนี้ช่วยลดเรื่องร้องเรียนค้างได้ 50% ภายใน 3 เดือน คุ้มไหมครับที่จะลองนำร่อง?" — อย่าปล่อยให้จบแบบลอยๆ

ข้อโต้แย้งระหว่าง Demo

3 ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย + วิธีตอบสั้นๆ กลับมาที่ demo

"ระบบซับซ้อน เจ้าหน้าที่เราไม่ถนัด IT"
"ผมเข้าใจครับ นั่นคือทำไมเราออกแบบให้ใช้งานผ่านมือถือธรรมดา — เจ้าหน้าที่ที่ไม่เคยแตะระบบ เทรน 2 ชม. ใช้ได้เลย มีคลิปสอนใน app ด้วย ขอดู step นี้อีกครั้งไหมครับ?"
"งบประมาณปีนี้ผ่านไปแล้ว ปีหน้าค่อยคุย"
"ได้ครับ — แต่ถ้าเริ่มนำร่อง 1 กองก่อน ใช้งบดิจิทัลที่หลายเทศบาลมีอยู่แล้ว เราช่วยวางแผนงบปีหน้าได้เลย ขอนัด working session กับฝ่ายงบได้ไหมครับ?"
"เคยลองระบบอื่นแล้ว ไม่ได้ใช้จริง"
"เข้าใจครับ — ส่วนใหญ่ที่ล้มเหลวเพราะ on-boarding ไม่ดี เราแตกต่างตรงที่มี implementation manager ประจำอยู่ 3 เดือนแรก จนระบบติด — ขอคุยกับเทศบาลที่เราทำแล้วได้ไหมครับ? มีลิสต์ reference ให้"
Module 03 Deep Dive

Demo Flow with Figma Screens — เล่า Demo จากหน้าจอจริง

ใช้เป็นข้อมูลเชิงลึกหลังจากกดดูเพิ่มเติมจาก Training Module 3 เพื่อให้ reseller ที่ไม่มีพื้นฐาน tech เปิด Figma แล้วเล่า flow ได้เป็นลำดับ

20 นาที

1. Citizen Journey

  • เปิดจากมุมประชาชน: ยื่นเรื่องง่าย เห็นสถานะ และแนบหลักฐานได้
  • อธิบายว่าแต่ละคำร้องต้องมีข้อมูลที่พอให้เจ้าหน้าที่ทำงานต่อ
  • ถ้าแสดง ThaiD ให้ยืนยันก่อนว่า demo environment รองรับจริง

2. Officer Journey

  • เจ้าหน้าที่เห็นเรื่องเข้าใหม่ ตรวจข้อมูล และรับผิดชอบงานที่ถูก assign
  • เน้นการลดการตามงานผ่าน LINE/โทรศัพท์ เพราะสถานะอยู่ในระบบ
  • แสดงการ update ผลดำเนินงานและแนบหลักฐานกลับเข้าคำร้อง

3. Executive View

  • ผู้บริหารเห็นภาพรวมงานค้าง งานเสร็จ SLA/KPI และพื้นที่ปัญหาซ้ำ
  • ใช้ dashboard เพื่อสรุปว่าระบบช่วยตัดสินใจจากข้อมูลจริง
  • ปิดด้วย next step: demo เต็ม, trial, proposal หรือ technical review
Figma Referenceหน้าจอใช้เล่าอะไรSpeaker NoteClaim Safety
ผู้ยื่นคำร้อง
node 22080-198214
ประชาชนยื่นเรื่อง กรอกข้อมูล แนบเอกสาร และติดตามสถานะ “หน้านี้ทำให้ประชาชนรู้ว่าคำร้องของตัวเองอยู่ขั้นตอนไหน โดยไม่ต้องโทรถามเจ้าหน้าที่ซ้ำ” ห้ามรับปาก integration หรือ identity verification ถ้ายังไม่ตรวจ environment
เจ้าหน้าที่
node 40000026-22712
เจ้าหน้าที่รับเรื่อง ตรวจข้อมูล มอบหมายงาน และ update ผล “หน้านี้คือจุดที่งานไม่หาย เพราะเห็น owner, status และหลักฐานการดำเนินงาน” อย่า claim ว่า workflow ทุกแบบทำได้ทันที หากยังไม่ scope configuration
Dashboard / MODA / SLA ผู้บริหารติดตามภาพรวมและใช้ข้อมูลตัดสินใจ “ผู้บริหารไม่ต้องรอรายงานรายเดือน เพราะเห็นสถานะงานและ KPI จากระบบเดียว” SLA รายละเอียดเชิง response/resolution ต้องส่งต่อ MBOX

Demo Sequence ที่ควรรักษา

  • เริ่มจาก pain ของประชาชนและเจ้าหน้าที่
  • เปิด citizen screen เพื่อให้เห็น entry point
  • ต่อด้วย officer screen เพื่อให้เห็นการทำงานภายใน
  • ปิดด้วย dashboard เพื่อให้ผู้บริหารเห็นผลลัพธ์

Pass Criteria

  • เล่า flow citizen → officer → supervisor/executive ได้ครบ
  • อธิบายประโยชน์ของแต่ละหน้าจอเป็นภาษาลูกค้า ไม่ใช่ศัพท์ technical
  • รู้ว่า ThaiD, PDPA, security, on-premise และ SLA detail ต้องส่งต่อ MBOX
Demo Chapterสิ่งที่ต้องแสดงBenefit ที่ต้องพูดคำถามเช็กความสนใจ
Open with Pain สรุป pain ที่ลูกค้าเล่าก่อนหน้า เช่น งานค้าง ช่องทางเยอะ หรือรายงานล่าช้า ทำให้ demo ตอบปัญหาของเขา ไม่ใช่การโชว์ feature ลอย ๆ “ถ้า flow นี้แก้ปัญหาที่ท่านเจอได้ ท่านอยากเริ่มจากกองไหนก่อนครับ”
Citizen Submit เลือกประเภทคำร้อง กรอกข้อมูล แนบรูป/เอกสาร และส่งเรื่อง ประชาชนส่งข้อมูลครบขึ้น และลดการโทรถามซ้ำเพราะมีสถานะให้ติดตาม “ปัจจุบันประชาชนต้องโทรตามสถานะบ่อยแค่ไหนครับ”
Officer Inbox แสดงรายการเรื่องเข้าใหม่ owner status และการ update ผล เจ้าหน้าที่เห็นงานของตัวเองชัด ลดการตามผ่าน LINE หรือสมุดบันทึก “ถ้ามี owner ชัดทุกเรื่อง จะช่วยลดงานตามมือของทีมไหมครับ”
Supervisor / Dashboard งานค้าง SLA/KPI คอขวด และภาพรวมผู้บริหาร ผู้บริหารควบคุมสถานการณ์ก่อนเกิดปัญหา ไม่ต้องรอรายงานหลายชั้น “Dashboard แบบนี้ควรให้ใครในหน่วยงานเห็นบ้างครับ”

Pre-Demo Checklist

  • ยืนยัน audience: ผู้บริหาร, เจ้าหน้าที่, IT, หรือ procurement
  • เลือก use case ตัวอย่างให้ตรงกับ pain เช่น ถนนชำรุด น้ำท่วม ไฟฟ้าดับ หรือเรื่องร้องเรียนทั่วไป
  • ตรวจ demo environment และ feature ที่จะโชว์ก่อนเริ่มจริง
  • เตรียมคำตอบ escalation สำหรับ ThaiD, PDPA, security, on-premise และ integration

Persona Mapping ระหว่าง Demo

  • ผู้บริหาร: เน้น dashboard, SLA/KPI, transparency และการตัดสินใจจากข้อมูล
  • หัวหน้างาน: เน้น owner, workload, deadline, reassign และงานใกล้เกินกำหนด
  • เจ้าหน้าที่: เน้น inbox, attachment, update status และลดงานซ้ำ
  • IT: เน้น scope review, data, security และ integration handoff ให้ MBOX

Post-Demo Output

  • สรุป pain ที่ลูกค้ายืนยันระหว่าง demo
  • ระบุ feature ที่ลูกค้าสนใจจริงและคำถามที่ต้อง follow up
  • กำหนด next step: trial, proposal, technical review หรือ meeting กับ decision maker
  • ส่งคำถาม technical ให้ MBOX ภายในวันเดียวกัน

Demo Script เปิด

“ผมจะเล่า demo ตามชีวิตจริงของคำร้องหนึ่งเรื่องครับ เริ่มจากประชาชนยื่นเรื่อง ต่อด้วยเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ หัวหน้าติดตาม SLA และจบที่ผู้บริหารเห็นภาพรวมว่าปัญหาอยู่ตรงไหน”

Demo Script ปิด

“จาก flow นี้ จุดสำคัญไม่ใช่แค่รับเรื่องออนไลน์ แต่คือเรื่องเดินต่อ มีคนรับผิดชอบ มีสถานะ มีหลักฐาน และผู้บริหารเห็นภาพรวมได้โดยไม่ต้องไล่ถามทีละกอง”
Demo rule: ทุกครั้งที่ลูกค้าถามเรื่องเทคนิค ให้ตอบระดับ concept ก่อน แล้วจดคำถามส่ง MBOX แทนการเดารายละเอียดเชิง implementation

ทรัพยากรเพิ่มเติม

ใช้ควบคู่กับ Demo Script เพื่อปิดการขาย

💡 Reminder

หลัง demo ทุกครั้ง — บันทึก: ข้อโต้แย้งที่ได้ยิน / ชื่อ decision maker / ขั้นตอน next step ที่ตกลงกัน แล้วอัปเดตเข้า CRM ภายใน 1 ชม.